วันนี้เราอยากจะมาเล่าเกี่ยวกับ
 
การเปิดประสบการณ์ในการสอบตรง
 
มีเดียอาร์ต บางมด รับตรงประเภทโควต้าเรียนดี :-D
 
 
--------------------------------------------------------------
 
ขอเกริ่นที่มาที่ไปในการมาสอบครั้งนี้ก่อนนะ :->
 
 
ก็สำหรับการมาสอบในครั้งนี้เรียกได้ว่าตอนแรกก็ไม่ได้มีความตั้งใจจะสมัครสอบของบางมดหรอกนะ
 
เพราะตอนแรกพยามเข้ามาจะสมัคร หลายครั้งมากแต่เว็บมันล่มบ้าง เออเร่อจนเราแบบเอ้ออ ขี้เกียดสมัคร
 
ละนะเว่ย  ก็เลยไม่ได้เข้าไป  จนมันเกือบปิดรับสมัครแล้วละ ก็เข้าไปอีกครั้งก็สมัครได้ ตอนแรกเราเอง
 
ก็ยอมรับว่า สับสนๆหน่อยๆระหว่าง มีเดียอาร์ต ของบางมด และ มัลติมิเดีย  ทั้งสองสาขานี้อยุ่ใน
 
คณะครุศาตร์เหมือนกัน (ซึ่งเราก็ไม่เข้าใจทำไมมันไปอยุ่ในคณะนี้อะนะ 55555)
 
ด้วยความที่เราเอง ติวออกแบบนิเทศศิลป์มา เราก็ลองไปสอบอะ
 
สอบทุกๆที่ มีให้สอบเกี่ยวกับด้านที่เราอยากเรียน   เราเลยสมัครไปทั้งหมด 4 ที่
 
ณ ปัจจุบัน คือ มศว จุฬา บางมด ศิลปากร  และเราก็รอที่ที่ 5 ก็คือ
 
ลาดกระบัง รอเค้าเปิดให้รับสมัครอยุ่ แต่คงนานหน่อยประมาณกลางๆเดือน พย. นี้อะแหละ :-)
 
 
 
ตอนสมัคร ของที่นี่ เรายังแอบงงๆนะ เพราะเหมือนยังไม่ต้องส่งเอกสารอะไรไปเลย
 
ประมาณว่าไปส่งเอาวันสอบเลย  เราก็เลยชิวๆ ไม่ได้ติดตามอะไร จนแม่มาบอกว่า
 
เออนี่บางมด ประกาศรายชื่อคนที่มีสิทธิ์สอบละนะ มีชื่อเราด้วย จะลองไปสอบดูมั้ย?
 
เราก็เออ ไปดิ ไปลองสนามดู เพราะเห็นว่าสอบก่อน มศว อีก ประกาศ ผลอะไรก็รวดเร็ว
 
สอบแล้ว สองวันก่อนสอบประกาศผู้มีสิทธิ์สัมภาษณ์  อีกสามวันต่อมาก็ประกาศชื่อคนติด
 
ซึ่งมันเร็วดี เราชอบนะ เราก็เออไปสอบ  คู่แข่งก็ มีประมาณ 300 กว่าคนที่มีรายชื่อมีสิทธิ์สอบ
 
 
 
--------- วันก่อนสอบ -----------
 
 
ชุนมุนนิดนึงเพราะค่อนข้างไร้ความพร้อม เพิ่งจะมาเหลาอีอี ผสมสีลงถาดเพิ่ง และล้างสีเก่าเน่าๆออก
 
เพราะปกติ ถาดสีเราเป็นอะไรที่จิตกรรมมาก เละเทะไม่เหมือนถาดสีเด็กนิเทศเลย
 
แบบอารมณ์แบบถาดสีเด็กจิตรกรรมอะค่ะ 5555555555  เละเทะตุ้มเป๊ะ ผสมสีช่องได้ไม่เกิน
 
อาทิตย์นึง ก็เละแบบเดิมค่ะ  เราพยามผสมแล้ว ก็นั่งละ ผสมไปแบบสีพื้นฐานเพราะเราถนัดการผสมสด
 
มากกว่า ก็เลยทำแบบที่ตัวเองถนัดไป  วันนั้นก็พยามทำตัวให้พรอ้มที่สุดค่ะ นอนไวๆ พักผ่อนให้เพียงพอ
 
จะได้มีแรงตื่นไปสอบเนอะ :->
 
 
 
------------วันสอบ-----------
 
 
เอาละในที่สุดก็มาถึงวันที่พีคที่สุด วันสอบตรงของบางมด เนื่องจาก เป็นโควต้าเรียนดี
 
การสอบมีเดียอาร์ต ในครั้งนี้ จึงไม่มีการสอบข้อสอบวิชาการเลย มีแต่ปฎิบัติล้วนๆ
 
โดยการที่ ภาคเช้านั้น คือสอบดรออิ้ง (วาดเส้นสร้างสรรค์) และการสอบในภาคบ่าย ก็คือการสอบ
 
ออกแบบสร้างสรรค์ หรือออกแบบนิเทศศิลป์นั่นละ สายมีเดียอาร์ตน่าจะสอบเหมือนๆกับนิเทศนะ
 
ตามที่เราเข้าใจก่อนไปสอบ   วันนี้ก็ไป คนไม่เยอะเท่าไหร่ค่ะ จาก 300 คนจ่ายตังมากสอบจริงๆแค่
 
240 คน  อันนี้สายสามัญค่ะ สาย ปวช อีก 50 คนมั้งคะ เค้าแยกสอบค่ะ ระหว่างสองสาย เรามองดูแล้ว
 
รู้สึกเค้าให้โอกาสเด็กสามัญมากกว่าสายอาชีพ  น่าสงสารแทนจริงๆ :-<  ดูเหมือนสายอาชีพ
 
โอกาสน้อยกว่าไปเลย  น่าเสียดายแทน  เพราะดูเค้าจะเคร่งเรื่องนี้นิดๆนะ ;__;
 
 
 
------------------สถานที่สอบ------------------
 
 
สถานที่สอบของเราคือ  บางมด วิทยาเขตบางขุนเทียนค่ะ
 
เนื่องจาก มีเดียอาร์ต และ สถาปัตย์ เวลาเรียนจะต้องเรียนที่วิทยาเขตนี้ ตอนสอบจึงสอบที่นี่ด้วยเช่นกัน
 
บอกตรงๆแบบไม่อ้อมค้อมนะคะ ไกลมาก 5555555 เคยไปลาดกระบังว่าไกลแล้ว
 
บางมดบางขุนเทียนเธอไกลกว่าค่ะ  ทางเข้านี่ธรรมชาติมาก อันที่จริงอยากจะบอกว่า
 
แลดูกันดาร 555555 แบบถ้าไม่มีรถชีวิตจบไม่รุ้จะเข้ามายังไง สองข้างทางธรรมชาติมากๆ
 
มีแต่ต้นไม้ ทุ่งหญ้า หนองน้ำ ฟีลประมาณนี้ค่ะ    แต่พอมาถึง ตึกสวยมากค่ะ ใหม่ดูดี สมกับเป็น
 
มจธ. จริงๆ *-*   ข้างในตึกก็สวยนะคะ ใหม่ ห้องน้ำสะอาด กำแพงลาดจอนรถ ก็อาร์ต *0*
 
ถือว่าประทับใจกับสถานที่สอบนะคะ น่าเรียน น่าอยู่ดีค่ะ  โรงอาหาร ก็มีร้านให้เลือกพอสมควร
 
แต่เราว่าอาหารไม่ค่อยอร่อย 5555555 ไม่รุ้คิดอยุ่คนเดียวรึเปล่า  แต่ขนมถูกดีค่ะ
 
ก่อนสอบภาคบ่ายซื้อเค้กช็อกหน้านิ่มมากิน กล่องละ 20 เอง *-*
 
รสชาติก็ ไม่แย่มากนะ เหนียวไปนิด 55555555 
 
 
 
------------------------------------------------
 
 
 
วันนี้ เท่าที่เราสังเกตุการณ์ก่อนเข้าห้องสอบ น่าจะมีคนที่มาลองสอบ
 
และวาดรูปไม่ค่อยเป็น มาสอบเยอะ เพราะเท่าที่ดูจาก การเตรียมความพร้อมในการมาสอบ
 
ของหลายๆคนแล้ว เราว่า บางคนยังไม่พร้อมด้วยซ้ำเลย  แบบบางคนไม่ได้เอากระดานไปก็มี
 
ไม่ได้เตรียมดินสออีอีมาบ้าง คลิปหนีบกระดาษไม่พอ  มีทุกรูปแบบค่ะ 555555 เราก็เลยคิดว่า
 
สนามนี้คงมีคนมาลองสอบพอสมควรเลย ดูจากสภาพวันนั้น    แต่ประทับใจมากๆคือพี่ๆที่เป็นสต๊าฟทุกๆคน
 
พี่เอางบส่วนตัวมาซื้ออุปกรณ์ให้น้องๆที่มาสอบทุกคนในวันนั้นยืม  พี่ๆจะคอยถามตลอด ว่าใครขาดอะไร
 
ไม่มีดินสออีอี มาขอได้นะ ใครไม่มีกระดาน ขาดคลิปหนีบก็บอกพี่นะ  :->  ดูเล็กๆน้อยๆแต่เราว่า
 
เราประทับใจนะ คงไม่มีสนามสอบสนามไหนใจดีเท่านี้แล้วละ :-P   ถือว่า ในการมาสอบครั้งนี้
 
พวกพี่ๆเค้าทำหน้าที่ได้ดีสุดๆเลยละ ^^  
 
 
-----------------ห้องสอบ------------------
 
 
เราสอบห้องสอบที่ 2  คงเป็นเพราะสมัครช้าละมั้ง นั่งสอบหน้าๆเลยละ มืดไปนิดๆ 555555 รู้สึกอยาก
 
นั่งข้างหลังไม่ก็กลางๆแสงมันดีกว่า เวลาดรออิ้ง   ห้องสอบก็เป็นห้องสอบที่ค่อนข้างดูชิวดีนะ
 
เวลาสอบนั่งพื้นสอบค่ะ ไม่มีโต๊ะอะไรใดๆทั้งสิ้น 555555  ก็บางทีคนที่ของเยอะอาจจะมีปัญหาเรื่องการ
 
วางข้าวของนิดนึงนะคะ แต่ตามตรงพี่ๆเค้าก็จัดที่สอบเว้นพื้นที่ไว้ให้เราพอสมควรอะค่ะ มีที่วางกระเป๋าดรออิ้ง
 
ได้ มีที่วางอุปกรณ์ได้ไม่เกะกะคนอื่นๆที่มาสอบ  สำหรับบรรยากาศห้องสอบของเรา
 
เรามีภาพมาให้ดูไปจิ๊กรูปมาจากพี่ซักคนในเฟสนี่แหละ 555555
 
 
 
ในรูปนี้มีเราด้วยละ หาให้เจอนะ แต่ถ้าไม่เจอก็อย่าพยามเลย 555555555555
 
ก็ บรรยากาศประมาณนี้ล่ะค่ะ ห้องสอบ  และเราจะสอบในห้องนี้ทั้งภาคเช้าและบ่าย
 
ดรออิ้งก็สอบห้องนี้ นิเทศก็สอบห้องนี้ :->
 
 
เอาล่ะค่ะ สำหรับโจทย์ข้อสอบรับตรงประเภทเรียนดีในปีนี้
 
สำหรับโจทย์ ดรออิ้ง (วาดเส้นสร้างสรรค์)
 
โจทย์คือ ให้วาดมือตัวเองถือคลิปหนีบกระดาษโดยจัดท่าทางองค์ประกอบให้
 
สวยงามตามความชอบ  ซึ่งพอเรารู้โจทย์แล้วแบบ แบบว่าดีใจมาก 555555
 
คือก็กะอยุ่แล้วเข้าห้องมาทำไมไม่มีหุ่นนิ่งอะไรให้เลยฟะ....หรือจะให้วาดมือกับของใกลัตัว
 
โป๊ะเช๊ะค่ะ 55555555   ความโชคดีของเราคือ ก่อนเราสอบวันนึง เราสอบวันอังคาร
 
แล้ววันจันทร์เราไปติววาดรูปมากที่แจมเมอร์  วันนั้น พี่ติวให้โจทย์คล้ายกันมากๆพอดีคือ
 
วาดมือถือของใกล้ตัว ซึ่งเมื่อวานเราเพิ่งวาดมือถืออีอีไป  วันนี้ก็เจอมือถือของใกล้ตัว
 
เพียงแต่โจทย์บังคับให้ถือคลิปหนีบกระดาษ เราก็เลยคิด แบบ เอาวะหมูแล้วเพิ่งทำเมื่อวาน
 
ไอข้อเสียเมื่อวานที่พี่เค้าติมา เราก็เลยนำมาแก้ไขในงานวันนี้ค่ะ ถือว่าเป็นเรื่องบังเอิญที่ดีมากๆ
 
โชคเข้าข้างโคตรๆ 55555555 รุ้สึกฟินค่ะ   *v* <3
 
 
 
----------------ความรู้สึกในห้องสอบ-----------------
 
 
แล้วจะบอกว่าในตอนแรกก่อนเริ่มสอบ เราชิวมากค่ะ ไม่ตื้นเต้นอะไรใดๆทั้งสิ้น
 
พอเริ่มสอบเท่านั้นละ......
 
มือสั่น ใจเต้นแรง 55555555 คุมดินสอไม่ได้จริงๆพยามคุมมือให้นิ่งแล้วแต่มัน
 
ตื่นเต้นมากๆ คอแห้งกินน้ำตลอดเวลา พยามหายใจลึกๆก็ยังมือสั่น ก็พยามพยามทำใจให้เย็น
 
แต่ก็ได้แค่นั้น เลยกลัวกลัวมาก กลัวทำไม่ทัน แต่สุดท้ายก็ทำโดยรวมเสร็จภายใน ชั่วโมงครึ่ง
 
มีเวลาเหลือเก็บบาน สุดท้ายเสร็จก่อนเวลาทั้งๆที่ลน (?)
 
คือเอาจริงๆนะ เราว่าเราทำงานได้ดีกว่านี้อะ แต่เอาจริงๆงานวันนั้นมันก็ดีนะ
 
ซึ่งเรามาทราบจากรุ่นพี่ภายหลัง ในวันนี้ (วันที่เขียนอยู่คือวันที่เราเพิ่งสอบสัมภาษณ์เสร็จ)
 
พี่เค้าบอกเราเป็นคนเดียวในคนที่มาสอบมีเดียอาร์ตที่ได้ดรออิ้งเต็ม 50 คะแนน
 
ตอนรู้นี้ดีใจมากๆ  555555555 อยากจะเอาไปอวดแม่ *0*
 
 
แต่เราไม่แปลกใจนะ ที่เราได้เยอะ และได้เต็มคนเดียว
 
เอาจริงๆจากที่เราสังเกตุคู่แข่งสนามนี้ไม่ค่อยมีคนงานโหด เลย
 
ทั้งดรออิ้งและนิเทศ จริงๆอาจจะมีแต่เราไม่เห็น คือแบบเราไม่อยากจะพูดตามตรง
 
แต่บางคนวาดมือยังไม่เป็นมือเลย .____.   เราก็แบบ ทำไมสนามนี้คู่แข่งมันไม่มีแบบ
 
น่ากลัวๆเลยฟะ แบบโหดๆเป็นตัวกระตุ้นให้เรา 55555555555
 
แต่ก็ดีแล้ว ที่คู่แข่งสนามนี้ไม่ค่อยน่ากลัว (ชั้นจะได้ติด 5555555555)
 
และนี้คือ งานดรออิ้งในห้องสอบที่เราทำ  เราถ่ายมา
 
ตอนแรกกะจะไม่ลง แต่เราถามพี่ที่เรียนอยู่ที่นั่นคนนึง
 
เค้าบอกถ่ายได้ เราเลยจะเอามาให้ดู
 
 
 
 
อาจจะมีเงาๆบ้างนะคะ พอดีถ่ายมาแล้วมันคงมีเงาแขนเราบัง 5555
 
ก็ประมาณนี้น่ะค่ะ มือที่เราทำ  แต่เราว่าเราทำได้ดีกว่านี้นะ .___.
 
 
 
------------------------------------------------------------
 
 
ผ่านไปแล้วนะคะ สำหรับภาคเช้า
 
เอาล่ะค่ะ มามันส์กันต่อกับ หัวข้อการสอบออกแบบนิเทศศิลป์ภาคบ่ายดีกว่า
 
การสอบครั้งนี้ โจทย์คือ ให้ออกแบบโปสเตอร์รณรงค์ ให้คนรุ่นใหม่หันไปใส่ใจ
 
คนรอบข้างมากกว่าโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คค่ะ  และก็ให้หัวข้อมาด้วยว่า "โอมจงเงย"
 
ซึ่งก็เป็นโจทย์ที่เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันของปีนี้ดี
 
เพราะเราว่าหลังจากปีที่ผ่านๆมา ตั้งแต่ กลางปีที่แล้ว เป็นอะไรที่พีคนะ  ตั้งแต่  MSN ปิดตัว
 
ไลน์เริ่มเข้ามามีอิทธิพล  และคนรุ่นใหม่เริ่มใช้อุปกรณ์สื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ที่ล้ำขึ้น
 
แบบ เดี๋ยวนี้ใครๆก็ใช้ไอโฟน กาแล็กซ๊่เอส ไอพอด ไอแพด  ทุกบ้านมันต้องมีละค่ะ อย่างน้อยๆ
 
ก็อย่างใดอย่างนึงจริงมั้ยคะ?  เพราะเรารุ้สึกว่า ช่วงก่อนหน้าที่ MSN จะเลิกฮิต ช่วงนั้นเราว่า
 
สังคมคนรอบข้างไม่ค่อยมีคนเสพติดโซเชี่ยลขนาดนี้นะ แต่เดี๋ยวนี้อะไรๆก็ แบบ ก้มหน้าก้มตาเล่น
 
กันอย่างเดียว จิ้มๆ โทรสับ ไอพอด ไอแพดไม่สนใจใคร เห็นได้บ่อยๆค่ะ ตามรถไฟฟ้า รถเมย์ ที่จริง
 
ก็มีทุกที่นั่นแหละค่ะ  ซึ่งโจทย์แนวๆนี้เราเคยเจอไปเมื่อตอนสอบ พรีเดค ของศิลปากร เป็นการสอบ
 
พรีเทสคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ที่เหมือนการสอบจริงทุกประการ มีการประกาศคะแนน
 
และสอบเหมือนตอนสอบจริง เปิดให้ลองสอบปีนี้เป็นปีแรก ถือว่าโชคดีมากๆๆ
 
ตอนนั้นเราได้โจทย์  เกี่ยวกับภาษาวิบัติอะค่ะ แต่ตอนแรกเค้าก็พูดเกิร่นเรื่องโซเชี่ยลนะ
 
แล้วถึงเข้าถึงหัวข้อ   อันนี้ก็คล้ายๆกันเพียงแต่เราว่าเค้าก็เจาะไปที่โซเชี่ยลเลยอะ
 
จะว่าไปก็คล้ายๆข้อสอบเดคปีที่แล้ว ข้อสอบจริงอะ ที่โจทย์ให้ว่า แบบทำโครงการรณรงค์
 
ให้คนรุ่นใหม่หันไปทำกิจกรรมอื่นที่ไม่ใช่การเล่นอินเตอร์เน็ต ถือว่าโจทย์บางมดครั้งนี้
 
ออกคล้ายๆกับที่ผ่านๆ มาของศิลปากร เราจึงพอจะคิดได้ แต่ภาพนี้เราก็คิดนานเหมือนกันนะ
 
ตอนแรกก็ไม่รุ้จะวาดอะไรลงไปดีฟะ แล้วก็ ปิ๊งแบบ ตอนแรกเราจะทำเป็น
 
เด็ก ผู้หญิงนั่งกดโทรศัพท์ไม่สนใจใคร แบล็กกราวเป็นแบบไฟไหม้น้ำท่วม โลกแตก
 
แต่คุณเธอยังจิ้มต่อไปไม่เงยหน้าเงยตา แต่เนื่องจากคิดไม่ออกว่าฉากหลังจะวาดอย่างไรให้
 
ลงตัวและน่าสนใจจึงเปลี่ยนมากวาดง่ายๆค่ะ เจาะไปในสังคมใกล้ตัวเราอย่างครอบครัว
 
เราวาดเป็นลูกนั่งอยุ่บนโต๊ะอาหาร บนโต๊ะมีข้าวแต่ไม่กิน มัวแต่จิ้มโทรศัพท์ ระยะหน้าคือพ่อแม่
 
ที่มองด้วยความเป็นห่วง ที่ลูกมัวแต่ติดโซเชี่ยล เราวาดแล้วเขียนเฮดไว้ว่า
 
เงยหน้าเพื่อคนที่ <3 (รัก) คุณ
 
 
แต่เมื่อหันไปมองงานคนรอบข้าง.....
 
ทุกคนเขียนโอมจงเงยขึ้นเฮดเป็นคำนำหน้าหมดเลยค่ะ 55555555
 
คือแบบเราก็คิดว่ามันไม่รุ้ดิ เราอ่านโจทย์เค้าให้เป็นหัวข้อนะ
 
แต่เค้าไม่ได้บอกว่า เราต้องเอาไปใส่ในเฮดอะ เค้าบอกคิดคำสร้อยคำต่อเองได้
 
แต่สิ่งที่เราทำคือคิดคำใหม่ที่อยุ่ในโจทย์เดิม :)
 
เราไม่อยากขึ้นเฮดเหมือนคนอื่นอะ เพราะถ้าเราทำแบบนั้น งานเราจะไม่แตกต่าง
 
ทุกๆคนคิดเหมือนกัน คะแนนก็คงแปรผันไปตามนั้นละนะ
 
เราเป็นคนนึงที่กล้าที่จะแตกต่าง เพราะเราอ่านโจทย์ดีแล้ว
 
เค้าไม่ได้บังคับให้คำนี้อยุ่ในเฮด เราก็ไม่จำเป็นต้องเอาโจทย์นี้มาตีกรอบ
 
คำที่เราจะคิิดขึ้นเพื่อรณรงค์ นี่คือความคิดเรานะ
 
 
 
สำหรับงานเราตอนแรกเราจะทำเป็นงานสองโทนคือใช้สีน้อยๆอะ
 
เอาสีที่ตัดๆกันสองสีแค่นั้นเด่นๆ สีอื่นเป็นส่วนประกอบ
 
ตอนแรกจะทำส้มฟ้า แต่เนื่องจากเราคุมโทนได้เละๆไงไม่รุ้ แต่แก้ไปแก้มาก็โอเคนะ
 
เราว่าใช้สีโทนตรงข้ามกันแล้วมันจะทำให้งานโด่ดเด่นอะ เลยทำ 55555
 
ไม่อยากใช้สีเยอะแบบไม่จำเป็นด้วย  เราเป็นพวกชอบคิดสีสดอะ
 
แบบไมได้ผสมไว้เป็นแพทเทินสีในถาด แล้วระบาย ทำไมได้อะ
 
เราคิดสดตามความเหมาะสมของโจทย์และสี
 
จนได้ออกมาเป็นภาพนี้
 
 
 
อยากบอกว่าฟอนต์เห้มากค่ะ 5555555555555555
 
แบบว่าไร้ซึ่งการออกแบบที่สวยงาม แถมไอคำโปรยข้างล่างก็
 
เน่าเหลือเกินค่ะ พู่กันหัวบานนนน  จริงๆโปสเตอร์นี้ในความคิดเรามันยังไม่ครบนะ
 
เราอยากใส่โลโก้อะแต่คิดไม่ออกใส่โลโก้อะไรดี กระทวงไอซีทีหรอ หรืออะไรคือ
 
ณ จุดนั้นแบบ เวลาจะหมดงานก็ต้องเก็บอีก เลยไม่ได้ใส่โลโก้ไปอะเสียจวาย T..T
 
และวันนี้เราก็เพิ่งรุ้ว่า งานนิเทศงานนี้เราได้ A  (คือเกรดคะแนนสูงสุด)
 
แต่ไม่รู้ได้คะแนนเท่าไหร่ เต็ม 50 แต่ได้ A  เราก็ค่อนข้างพอใจนะ *v*
 
สำหรับงานในวันนี้เรารู้สึกดีนะ รู้สึกทำได้ดี ทำได้ครบ ทั้งภาคเช้าภาคบ่าย
 
ในตอนนั้นเราก็คิด ติดไม่ติดไม่สนใจละ ทำเต็มที่พอใจกับการสอบในวันนั้นมากๆ :)
 
ผลจะออกมาเป็นยังไงก็แล้วแต่ดวงแล้วนะ :->
 
 
 
และแล้ว วันศุกร์ที่ 13 กันยายน 2556
 
ผลออกแล้วปรากฎว่า....
 
 
 
กิ๊สสสสส  *0*
 
มีสิทธิ์ ได้สัมภาษณ์ข่าาาาาาาาา
 
 
 
 
--------------วันสอบสัมภาษณ์---------------

 
เราได้คิวสัมภาษณ์คิวที่ 12 นับจากคนแรกรอบบ่าย
 
แต่พอไปดูรายชื่ออีกที ก็เป็นคนที่ 14 เฉยเลย งง
 
สงสัยเค้าจะเอา ปวช. สองคนที่ติดมาเพิ่มละมั้ง เราคิดว่างี้นะ
 
 
เราไปถึงบางมดประมาณ เที่ยงครึ่งค่ะ เริ่มสัมภาษณ์ ของรอบบ่ายคือบ่ายโมง
 
เราก็ไปก่อนเวลาพอประมาณจะได้เตรียมตัว  ไปถึงก็ไปรอในห้องที่เคยสอบชั้น 3 อ่ะค่ะ
 
พี่ก็เปิดหนังเปิดนู่นเปิดนี่ให้ดู  มีพี่ๆมาดูแลมาชวนคุย
 
และเปิดพอร์ทเรากันอย่างสนุกสนาน 5555555 รู้สึกเหมือนพอร์ทตัวเองเป็นพอร์ทสาธารณะเลย
 
นี่คือโฉมหน้าปกพอร์ทเราค่ะ
 
 
 
แล้วพี่ๆ ก็บอกว่า งานน้องเนี่ย เหมือนพี่นัทต้อลมาก  ไอเราก็ไม่รู้จักนัทต้อลไหนวะ
 
กลับบ้านมาเลยเปิดเข้าไปดุงานในเพจ ก็แอบคล้ายๆแต่ก็ไม่เหมือนหมดหรอก
 
แค่สไตล์เดียวๆกัน ก็ดีใจนะ ที่โดนเทียบงานกับชั้นรุ่นพี่เนี่ย 555555
 
ขอบคุณพี่ๆทุกคนที่อวยพรให้สอบติดมากๆละนะคะ
 
หนูก็อยากติดเหมือนกันละค่ะ ถ้ามีโอกาสติดจริงๆก็ดีอย่างน้อยๆก็จะได้มีที่เรียนก่อนเพื่อนๆ
 
และก็กันเหนียวไว้  เผื่อไม่ติดที่ที่อยากเข้าจริงๆ เรียนมีเดียอาร์ตบางมดก็น่าสนุกดี
 
พี่ๆน่ารักมากค่ะ :->  จริงๆนะ  ดูเทคแคร์น้องๆดีทั้งวันสอบและวันสัมภาษณ์
 
 
และก่อนเราสัมภาษณ์ไม่นาน 
 
เรา....
 
บับว่า เข้าห้องน้ำสิบกว่ารอบ ตื่นเต้นแล้วก็กินน้ำ กินน้ำแล้วก็ปวดฉี่
 
วนไปวนมาอย่างงี้เข้าสิบกว่ารอบจริงๆแบบตื่นเต้นเอ่าะ 55555555555555555
 
ที่นี่เป็นที่แรกนี่นาก็ต้องมีบ้างอะนะ
 
 
 
-------------------ภายในห้องสัมภาษณ์----------------------

 
ก่อนเข้าห้องสัมภาษณ์ก็พยามรับชะตากรรมแล้วค่ะ
 
เพื่อนบอกกรรมการเฟรนลี่แต่ก้นะ ตื่นเต้นอยุ่ดีโว้ย 555555555
 
ก้าวแรกที่เข้าไปในห้องสัมภาษณ์สวัสดีได้ลนลานมาก
 
อาจารย์ในห้องนั้นมีสองคน อาจารย์ ผู้ชายคนนึง และผู้หญิงคนนึง
 
เมื่ออาจารย์เชิญนั่งคำถามแรกที่นุ้งแพรจ้อยเจอนะคะ.....
 
------------------------------------------------------
 
อาจารย์ ผญ : ใส่บิ๊กอายสีอะไรอะ
 
แพรจ้อย : .....หนูใส่คอนแทคใสค่ะ ;____;
 
อาจารย์ ผช :  ก๊อยปะเนี่ย ก๊อยปะเนี่ยเรา มีรอยท่อที่ขามั้ย
 
แพรจ้อย :  มีแต่รอยหมากัดค่ะ 5555555555555
 
-------------------------------------------------------------
 
 
กำ กำเบย ถึงกับเงิบไม่คิดว่าเพิ่งเข้าไปแพรจ้อยจะโดนอาจารย์เล่นงานขนาดนี้หน่ะคะ 55555
 
อาจจะผิดที่ความตาโตของหนู และหน้าตาอันบ้องแบ๊ว (?)  บวกกับสีผมเก่าออกนิดๆ
 
ทำให้หนูกลายเป็นสก๊อยบิ๊กอายไปเลยหรอคะ 5555555555555555 กำ
 
ฮาดีค่ะ ตลกดี จารย์กวนดี :-P    
 
 
หลังจากนั้นอาจารย์ผู้ชายก็เปิดพอร์ทเราดู เปิดๆๆ ผ่านๆ
 
อาจารย์ ผญ ก็พูดขึ้นมาว่าทำงานดีนะเราอะ
 
ดรออิ้งเป๊ะมากๆ เป๊ะมาก เส้นสวย อาจารย์พูดบ่อยมาก
 
บอกว่างานดีมากจริงๆ
 
(แอบดีใจนะคะ *v*)
 
แล้วอาจารย์ก็ถามคำถามสัพเพเหระ แบบ
 
พ่อแม่ทำงานอะไร  สมัครสอบที่ไหนไปบ้าง
 
แล้วก็เจอคำถามที่ว่า....
 
"อยากเข้าที่ไหนมากที่สุด ตอบตามความจริง ห้ามโกหกนะ"
 
คำถามโลกแตกค่ะ  แต่เราก็ตั้งสติ และตอบไปตามความจริง
 
ไม่โกหก  เราตอบไปว่า อยากเข้าลาดกระบังค่ะ
 
แล้วอาจารย์ก็ถามเหตุผล เราก็เลยบอกว่า
 
เพราะเราไปค่ายมาบ่อย เราผูกพันธ์กับสถานที่นี้
 
เราชอบความอบอุ่นของที่นี่ คณะนี้ พี่ๆอยุ่กันเหมือนครอบครัว
 
เป็นที่ที่เป็นแรงบันดาลใจให้เรา เราอยากเลยอยากเข้ามากที่สุด
 
แล้วอาจารย์ก็ถามถึงจุฬา
 
'ว่าแล้วจุฬาละ ไม่อยากเข้าหรอ?'
 
เราก็ตอบว่าเราเฉยๆกับจุฬา
 
ไม่ค่อยอยากเข้าเพราะสังคมส่วนหนึ่งด้วยมั้ง
 
แล้วก็คู่แข่งในนั้นคือมันก็มีคนที่เก่ง นะ
 
แต่เราว่า คือ สังคมมันคงไม่ใช่กับเราอะ
 
 
แล้วอาจารย์ก็ถามอีก 'เก่งแบบนี้ไปสอบศิลปากรอะดิ?'
 
เราก็ตอบว่าเราไปนะ
 
อาจารย์ก็ถามต่อ 'แล้วถ้าติดเราจะเอามั้ย'
 
เราก็ตอบว่าต้องคิดดูก่อน เพราะแม่เราก็อยากให้เข้าคนรอบข้างด้วยส่วนนึงและหลายๆอย่าง
 
เป็นตัวที่ทำให้เราลังเลเหมือนกัน แต่ถึงตอนนั้นจริงๆเราก็คงเลือกที่ที่อยากเข้าจริงๆมากกว่า
 
สอบติดไปสังคมเที่เราเจอมันก็ไม่เหมือนสังคมที่เราไปจนคุ้นเคย มีแรงบันดาลใจอยากเข้ามากจริงๆ
 
 
---------------พาร์ทนี้คือความคิดนอกเหนือจากที่ตอบนะ-------------------
 
 
เอาจริงๆนิเทศ เดคก็เป็นอะไรที่เราฝันไว้ว่าอยากติด  แต่เราคิดว่าถ้าเราต้องใช้ชีวิตอยุ่สี่ปีในรั้วมหาลัย
 
เราอยากเข้าลาดกระบัง ส่วนนึงก็เพราะรุ้จักรุ่นพี่ ผูกพันอะไรงี้ด้วยมั้ง เราชอบมหาลัยด้วย ร่มรื่นดี
 
ไปจนพี่เบื่อหน้าแล้ว ก็ยังไม่เบื่อที่จะไป และยังไม่เบื่อถ้าติดไปต้องเรียนอีก 4 ปี  :-)
 
จากใจเลยนะ
 
 
---------------------------------------------------------
 
 
แล้วอาจารย์ก็ถามต่อว่า
 
'แล้วถ้าได้ที่นี่ จะเอามั้ย'
 
เราตอบว่าเอาค่ะ  เราคิดว่าที่นี่ก้โอเคสำหรับเรา
 
ยิ่งเราอยากเรียนด้านนี้อยุ่แล้วด้วยถ้าติดเราก็เอาไว้ก่อนแน่นอน
 
เพราะเราก็รุ้ว่าสังคมที่นี่ก็ดีอะค่ะเป็นเวลาสั้นๆที่มาสอบที่นี่
 
แต่ประทับใจพี่ๆทุกๆคนที่คอยดูแลมากๆเลยค่ะ  ^^
 
สังคมดูน่ารักดี
 
 
จุดพีคค่ะลืมเล่า 555555555
 
อาจารย์ห้องนี้มีให้แสดงความสามารถพิเศษด้วยค่ะ
 
เรานึกไม่ออกเราก็เลยร้องเพลง
 
"ตั๊กแตนผูกโบว์"
 
=[]= !!
 
" ตั๊กแตนโย่งโย่ ผูกโบว์ทัดดอกจำปา
ตั๊กแตนโย่งโย่ ผูกโบว์ทัดดอกจำปา
หนุ่มๆกระชุ่มกระชวย โอ๊ย หนุ่มๆกระชุ่มกระชวย
นุ่งกางเกงขาก๊วยแบกไหก็สุรา

เช้าเซเย็นเซ จึงได้เป๋มาเยี่ยมมาหา
เห็นตอนไม่เมา บอกว่าเราไม่งามเลยหนา
ไม่เมาล่ะไม่เห็นมา แต่พอเมาเห็นเราโสภา
ชมว่าสวย ตรงมาทัก ท่าทางตั้งศอกยังบอกน่ารัก
นั้นเพราะหนักก็สุรา "
 
.......
 
จารขำด้วยอะ....
 
แง้อายอะอายมาก คือแบบนึกไม่ออกเลยร้องเพลงที่เคยสอบวิชาดนตรี
 
สอบร้องเพลงลูกทุ่ง.... T^T
 
จารย์บอกร้องไม่พอ ให้เต้นแบบหางเครื่องด้วย 555555555
 
อายตัวเองจุง
 
 
 
แล้วสุดท้ายอาจารย์ก็บอกเราว่า ยังไงก็มุ่งไปให้สุดเลือกเรียนที่เราอยากเรียนนะ
 
แล้วเค้าก็พูดเปรยๆว่าเสียดาย เสียดายเนอะ
 
เราก็ไม่รู้นะอาจารย์เสียดายอะไร แอบเสียวว่า
 
ไม่ได้ตอบว่าอยากเข้าบางมดที่สุดแล้วจะไม่ติดสัมภาษณ์
 
แต่ในความคิดเราคือ เราไม่อยากโกหก เราอยากจะบอกความจริง
 
เราไม่อยากโกหกเพื่อให้ติดสัมภาษณ์  เพราะเราคิดดูแล้ว
 
การโกหกว่าอยากได้ที่นี่ที่สุด ทั้งๆที่ความสามารถเรามีมากกว่านั้น
 
ไปสอบที่อื่นได้ แสดงว่าต้องมีเหตุผลจริงๆ
 
เค้าก็จะถามเราต่ออีกว่าทำไมถึงอยากเข้าที่นี่ละ ทำไมถึงไม่อยากเข้าที่อื่น
 
เราก็ต้องหาเหตุผลมาโกหกอีกมากมาย
 
ซึ่งเราว่า การตอบแบบเป็นตัวเราตามความเป็นจริงน่าจะทำให้
 
อาจารย์ประทับใจมากกว่านะ
 
อาจจะมีหลายคนโกหกคำตอบเพื่อที่อยากจะสอบติดสัมภาษณ์
 
แต่เราจะไม่ทำแบบนั้น 
 
เราว่าเราเป็นคนที่จะเลือกมหาลัย
 
ไม่ใช่ให้มหาลัยเค้าเป็นคนเลือกเรา
 
และถ้าเราไม่ติดสัมภาษณ์จริงๆเพราะคำตอบนี้
 
เราว่าเราก็ไม่เสียใจนะ  เพราะเราทำเต็มที่แล้ว
 
ทั้งการสอบตรง และสัมภาษณ์
 
 
และท้ายสุดจารย์ก็ถามว่ามีอะไรจะถามมั้ย
 
เราเลยถามว่า เรามีโอกาศจะสัมภาษณ์ติดมั้ย
 
อาจารย์ก็บอกว่ามี สูงมากเลยละ
 
เราก็หวังจะมีโอกาสติดจริงๆนะ
 
-------------------------------------------
 
ประกาศผลวันที่  19 นี้
 
แล้วจะมาอัพเดทให้อ่านกันนะว่าติดมั้ย :D

UPDATE

อนนี้ผลออกแล้ว ขอโทษที่มาอัพเดทช้ามา เราติดและมีสิทธิ์เข้าศึกษาแล้วค่า
และนอกจากนี้เรายังติด ออกแบบสื่อสาร มศว รอบแรก แต่ไม่ได้ไปสัมภาษณ์ และสุดท้ายนี้ติ
ภาควิชาออกแบบนิเทศศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ค่ะ สรุปคือ เราน่าจะเอานิเทศศิลป์ศิลปากรเลย
ทั้งนี้อาจจะมีการมาอัพเดทบล็อกเกี่ยวกับประสบการณ์ตรงในการสอบ จุฬา มศว ศิลปากร
ให้นะคะ ถ้าคนเขียนไม่ขี้เกียดไปซะก่อน 5555555555 ขอบคุณค่า
 
 
 
----------------ขอขอบคุณ----------------
 
 
สุดท้ายนี้ขอขอบคุณม๊านะคะที่ช่วยเตรียมเอกสารการสอบ
 
ช่วยติดตามข่าวสารอัพเดทให้หนูตลอด
 
 
ขอบคุณป๊าที่ไปรับไปส่งในช่วงสอบด้วยนะคะ
 
 
แล้วก็ขอบคุณพี่ๆ MDA ทุกๆคนที่คอยเทคแคร์ดูแล ให้คำแนะนำตลอดช่วงระยะเวลาสอบค่ะ
 
พี่ๆน่ารักกันมาก ให้คำปรึกษาดี  ขอบคุณมากๆนะคะ หวังว่าถ้าติดจะได้มีโอกาสมาเจอกัน
 
 
และขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่เข้ามาอ่านเอนทรี่นี้นะคะ
 
หวังว่าจะมีประโยชน์ต่อคนที่ติดจะมาสอบรอบอื่นๆหรือไม่ก็
 
น้องๆที่จะมาสอบปีหน้าๆ ไม่มากก็น้อยค่ะ
 
อยากร่วมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆตอนสอบให้ได้อ่านกัน :)
 
 
เสาร์นี้สอบ  ออกแบบสื่อสาร มศว. แล้ว เป็นกำลังใจให้แพรจ้อยด้วยนะฮ้าฟ 555555555
 
 
ขอบคุณค่ะ